ตลาดพื้นที่ค้าปลีกซบเซา

การที่รัฐบาลประกาศปิดศูนย์การค้า ตลาดนัด และโครงการพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วประเทศนานกว่า 1 เดือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจตลาดพื้นที่ค้าปลีกได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นมรสุมลูกหนึ่งที่เข้ามาซ้ำเติม เพิ่มจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งระดับประเทศและระดับโลก

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้บรรยากาศของธุรกิจพื้นที่ค้าปลีกในไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) ปี พ.ศ. 2563 เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีโครงการเปิดใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลน้อยมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2562) ทั้งนี้ ด้วยบรรยากาศที่ไม่เป็นใจดังกล่าว ทำให้ผู้ค้าขายจำนวนมากต้องชะลอแผนเช่าพื้นที่ขายสินค้าไว้ก่อน โดยบางคนหันไปทำอาชีพอื่นเพื่อรอดูสถานการณ์ ช่วยให้ผู้ที่เป็น “คอเกม” มีเวลาว่างมากขึ้น สามารถเข้าไปเล่นเกมใน 188bet Mobile App เพื่อคลายเครียดได้ถี่กว่าเดิม

มีโครงการเปิดใหม่เล็กน้อย

สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดพื้นที่ค้าปลีกในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ช่วงไตรมาส 2 ฝ่ายวิจัยของบริษัท ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด ระบุว่ามีโครงการเปิดให้บริการใหม่รวมเป็นพื้นที่เพียง 50,000 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่สะสมมีประมาณ 8,493,200 ตารางเมตร ส่วนใหญ่เป็นศูนย์การค้ามากกว่าโครงการพื้นที่ค้าปลีกประเภทอื่น ทั้งนี้ คาดว่าการเปิดโครงการใหม่จะมีอัตราเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2564 ก่อนจะปรับขึ้นค่อนข้างสูงในปี 2565

อัตราการเช่ายังอยู่ระดับสูง

สำหรับการเช่าพื้นที่ในโครงการพื้นที่ค้าปลีกประเภทต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังคงมีอัตราสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 92% ซึ่งไฮเปอร์มาร์เก็ตมีลูกค้าเช่ามากที่สุด ขณะที่ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์มีจำนวนผู้เช่าใกล้เคียงกัน

ส่วนค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้ายังคงกำหนดราคาสูง ในส่วนไฮเปอร์มาร์เก็ตและคอมมูนิตี้มอลล์ กำหนดราคาไว้ใกล้เคียงกัน